วันเสาร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2555

ความรู้พื้นฐานเรื่อง สารช่วยเร่งปฏิกิริยา

สารช่วยเร่งปฏิกิริยา Accelerator/Promotor คือตัวที่มาช่วยปรับให้เกิดการแข็งตัวของ เรซิ่นนั้นสามารถใช้ความร้อนช่วยให้แข็งตัวได้แต่ช้ามากจึงต้องมีตัว accelerator เข้ามาช่วยที่นิยมใช้คือ cobalt naphthnate มีลักษณะเป็นของเหลวสีม่วง สามารถเจือจางได้ด้วย โมโนสไตรีน

ปัจจุบัน มีการจำหน่ายตัวช่วยเร่งฯ 3 แบบดังนี้

1. cobalt10% เป็นตัวช่วยเร่งที่มีความเข้มข้นที่ 10%

2. RP-51 เป็นตัวช่วยเร่งที่มีความเข้มข้นที่ 3%

3. PROMOTER A เป็นตัวช่วยเร่งที่มีความเข้มข้นที่ 1%

Cobalt10% ตัวช่วยเร่งชนิดความเข้มข้น 10%

cobalt10% เป็นตัวช่วยเร่งปฏิกิริยาที่มีความเข้มข้น10% เหมาะสำหรับใช้กับงานหล่อทั่วไป และงานที่ไม่เน้นสีใส อัตราผสมที่ใช้ผสมในเรซิ่นคือ 0.01% ( หรือเรซิ่น 1 กก. ผสม cobalt 1 กรัม/ml. ) หลังผสมแล้วเรซิ่นจะเป็นสีชมพูบานเย็นอ่อน

RP-51 ตัวช่วยเร่งปฏิกิริยาชนิดความเข้มข้น 3%

RP-51 เป็นตัวช่วยเร่งฯที่มีความเข้มข้น 3%เหมาะสำหรับใช้กับงานหล่อใสและงานหล่อใสใส่สี อัตราส่วนที่ใช้ผสมเรซิ่นอยู่ที่ 0.5 - 1 % ( หรือ เรซิ่น 100 กรัม ผสม RP-50 ที่ 0.5 - 1 กรัม/ml. ) หลังผสมเรซิ่นแล้วเรซิ่นจะเป็นสีใสอมน้ำเงิน

PROMOTER A ตัวช่วยเร๋งปฏิกิริยาชนิดควมเข้มข้น 1 %

PROMOTER A เป็นตัวช่วยเร่งฯที่มีความเข้มข้นที่ 1% เหมาะสำหรับงานหล่อกระดุม และงานหล่อใส อัตราส่วนที่ใช้ผสมเรซิ่นอยู่ที่ 0.8 - 1.2% ( หรือ เรซิ่น 100 กรัม ผสม PROMOTER A ที่ 0.8 - 1.2 กรัม/ml. ) หลังผสมเรซิ่นแล้วเรซิ่นจะเป็นสีใสอมน้ำเงิน

ความรู้พื้นฐานเรื่อง ใยแก้ว

ใยแก้ว ( Fiberglass )

ใยแก้วหรือไฟบอร์กลาสเป็นวัสดุสังเคราะห์ชนิดหนึ่ง เป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการขึ้นรูปงานไฟเบอร์กลาส โดยทั่วไปจะแบ่งประเภทใยแก้วออกเป็นชนิต่างๆตามคุณสมบัติ ดังนี้

1. ชนิด A glass ( Alkali ) ใช้สำหรับงานที่ต้องการทนสารเคมีที่เป็นด่าง

2. ชนิด C glass ( Chemical ) ใช้สำหรับงานที่ต้องการทนสารเคมีที่เป้นกรดและกัดกร่อน

3. ชนิด E glass ( Electrical ป ใช้สำหรับงานที่ต้องการรับแรงและเป็นฉนวนป้องกันไฟฟ้าได้ดี

4. ชนิด S glass ( High Strength ) ใช้สำหรับงานที่ต้องการรับแรงสูงที่สูงกว่าชนิด E glass

ใยแก้วแบ่งเป็นชนิดต่างๆ ดังนี้

1. ใยแก้วชนิดผืนเส้นสั้น ( Chopped strands mat )

เป็นใยแก้วเส้นสั้นยาวประมาณ 1-2 นิ้ว โปรยลงบนผืนแบบ กระจาย เกาะตัวโดยประสานกาว(binder) มีสองแบบคือ

แบบEmution มีลักษณะเป็นแผ่นเรียบแน่น เหมาะกับงาน ที่ต้องการ ความเรียบสมำเสมอ ไม่เคลื่อนตัว

แบบ Powder มีลักษณะเป็นแผ่นเส้นใยทอแบบหลวม เหมาะกับงานที่ต้องเข้าซอก มีมุมและซอกมาก

ขนาดเรียกตามน้ำหนักต่อ ตารางเมตร มีขนาด 100 200 300 450 600 และ900 กรัม/ตารางเมตร ใช้กับงานไฟบอร์กลาสทั่วไป

2. ใยแก้วตาสาน ( Woven roving )

เป็นใยแก้วเส้นสั้นทอเป็นผืน เป็นรูปตาสาน มีขนาด 400 600 800 900 1,000 และ 1,200 กรัม/ตารางเมตรช่วยรับแรง เสริมกำลังให้สูงขึ้น ในทิศทางของเส็นใยแก้ว(2 ทิศทาง)

3. ใยแก้วผ้าทอ ( Glass cloth )

เป็นใยแก้วเส้นเหมือนด้ายนำมาทอเป็นผืนผ้า เนื้อแน่น มีขนาด 30 60 90 100 160 200 และ 300 กรัม/ตารางเมตร ช่วยรับแรงกำลังได้ดี สามารถทำชิ้นงานได้บางเบา ใช้เสริมความแข็งแรงบริเวณขอบชิ้นงาน และบริเวณผิวบนและล่างสุดของงาน

4. ใยสานแบบเย็บติด ( Stitch mat )

เป็นใยแก้วแบบผืน chopped strand mat เย็บด้วยเส้นใยโพลีเอสเตอร์ทั้งผืน เวลานำไปใช้งานแล้วใยแก้วจะไม่เคลื่อนตัว ทำให้ได้ชิ้นงานที่รับแรงและกำลังได้สมบูณณ์ขึ้น มีขนาด 300 450 600 และ 900 กรัม/ตารางเมตร

5. ใยแก้วผิว ( Surfacing mat )

เป็นใยแก้วแบบผืนบางเหมือนกระดาษทิชชู มีขนาดน้ำหนัก 20 30 50 กรัม/ตารางเมตร ช่วยยึดเกาะผิวชั้นเจลโค๊ทให้แข็งแรงขึ้น และช่วยลดปริมาณฟองอากาศของชั้นเจลโค๊ทกับใยแก้วได้

6. เทปไฟเบอร์ ( Glass tape )

เป็นเส้นใยแก้วนำมาทอเป็นผืน มีขนาดกว้าง 2นิ้ว 3 นิ้ว 4 นิ้ว ไว้ใช้สำหรับเชื่อมรอยต่อระหว่างแผ่นใยแก้ว และเสริมกำลังบริเวณขอบของชิ้นงาน

7. ใยแก้วเส้นด้าย ( Roving )

เป็นเส้นใยแก้วยาวตลอดทั้งม้วน เรียกตามน้ำหนัก/ความยาว 1 กม. เช่น TEX1200 = ความยาว 1 กม. หนัก 1 กก. ที่นิยมใช้มีขนาด 1200 2200 2400 4800 เป็นต้น แบ่งตามลักษณะการใช้งานดังนี้

  • แบบพ่น ( spray up roving ) ใช้กับเครื่องพ่นใยแก้วนิยมใช้เบอร์ 2400
  • แบบพัน ( filament roving ) ใช้ในการพันท่อทำถังน้ำกับเครื่องพัน นิยมใช้เบอร์ 600 800 1100 2200 2400 4800
  • แบบดึง ( pultrution roving ) ใช้ในกระบวนการผลิตแบบดึงยาว นิยมใช้เบอร์ 2400 4800
  • แบบSMC ( sheet moulding compound ) ใช้ทำแผ่น SMC นิยมใช้เบอร์ 2400
  • แบบ PANEL ( corrugated sheet ) ใช้ทำหลังคาโปร่งแสง นิยมใช้เบอร์ 2400

8. ใยแก้วเส้นสั้น ( Chopped strand )

เป็นเส้นใยแก้วเส้นสั้น ขนาดความยาวเส้น 3 6 9 12 มิลลิเมตร ใช้เพิ่มความแข็งแรงของชิ้นงาน

9. ใยแก้วผง ( Glass powder )

เป็นผงใยแก้วสีขาว ใช้เพิ่มความแข็งแรง ป้องกันการขีดข่วนและแรงกระแทกบนผิวงาน

10. ใยแก้วแบบทิศทางเดียว ( Unidirection mat )

เป็นเส้นใยแก้วเรียงเป็นแถวในแนวเดียวกันตลอดทั้งผืน เย็บติดกันด้วยเส้นด้าย ( polyester yarn ) มีการเรียงเส้น 2 แบบ คือแบบแนวยาว และแบบแนวขวาง รับแรงและกำลังได้สูงในแนวยาวของเส้นใยแก้ว ทางใดทางหนึ่ง

การทำพิมพ์แบบถลก

1. เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม 2. ติดต้นแบบกับแผ่นรองด้วยกาว 3. ชั่งยางให้ได้ตามปริมาณที่ใช้แต่ละครั้ง

4. ผสมตัวเร่งยางซิลิโคน 5. คนให้ยางกับตัวเร่งให้เข้า 6. เทยางลงบนต้นแบบ

7. ทายางซิลิโคนให้ทั่วต้นแบบ เน้นซอก,มุม และลวดลายต่างๆของต้นแบบ รอจนยางแห้งหมาด 8. หลังจากยางแห้งหมาดแล้วทำตามขั้นตอนที่ 3-7 อีกประมาณ 3-4เที่ยว จะได้ความหนาของยางที่เหมาะสม (ความหนายางมาตราฐาน 2-3 มมใ ) 9. เมื่อทำรอบสุดท้ายเสร็จแล้วให้รอจนยางแห้งสนิท (ในช่วงการลงยางในรอบที่3 สามารถเสริมผ้าตาข่ายหรือผ้าก็อตลงไปเพื่อเสริมความแข็งแรง )

10. กั้นบล็อกเพื่อเทปูนปลาสเตอร์ (หรือจะใช้ก่อปูนขึ้นรูปด้วยมือ)เพื่อทำให้เป็นพิมพ์ประคอง 11. ผสมทูนกับน้ำ(ถ้าเป็นวิธีแบบเทลงบล็อคปูนต้องเหลวค้นไหลได้ แต้ถ้าแบบก่อปูนให้ผสมปูนแบบหนืด) 12. เทปูนลงในบล็อคแม่แบบ

13. รอจนปูนแห้งสนิท 14. แกะปูนออกจากแม่แบบ 15. แกะต้นแบบออกจากยางซิลิโคน ตรวจเช็คความเรียบร้อยของแม่แบบ ว่ามีรอยฉีกขาดหรือเป็นฟองอากาศหรือไม่



16. จะได้แม่แบบยางซิลิโคนแบบถลกที่พร้อมใช้งานได้

อุปกรณ์

1. ยางซิลิโคน

2. ตัวเร่งยางซิลิโคน

3. ต้นแบบงาน

4. แผ่นรองแม่แบบ

5. กาว(เป็นชนิดแห้งเร็วจะดีมาก)

6. แก้วหรือกระบอกผสม

7. ไม้ตะเกียบหรือไม้ไอติม

8.ขันผสมปูน

9. ปูนปลาสเตอร์

10. มีด

11. ตาชั่ง

12.กระดาษแข็ง

13.อาซีโทน(ใช้ทำความสะอาดมือและอุปกรณ์)

14. พู่กัน

การหล่อใส่สารเพิ่มเนื้อ (หล่อแป้ง)

1. เตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อม 2. เทเรซิ่นลงในแก้วผสม 3. ชั่งน้ำหนักให้ได้ตามที่ต้องการ

4. ผสม COBALT 10%ลงในเรซิ่น อัตราผสม 0.01% (หรือเรซิ่น 1 กก.ใส่cobalt 1 ml.) 5. กวนคนให้เข้ากัน 6. เรซิ่นจะเปลี่ยนเป็นสีชมพู

7. ผสมแป้งแคลเซี่ยมลงในเรซิ่น 8. คนให้เข้ากัน 9. ผสมสไตรีนโมโนเมอร์ในเรซิ่น อัตราผสม ไม่เกิน 10%

10. คนให้เข้ากัน ในขั้นตอนนี้อาจผสมสี,นิติเนียม(ทำให้เนื้อเรซิ่นขาวและขัดแต่งง่าย) 11. ผสมตัวเร่งฯ(BUTANOX M-60) อัตราผสม 0.5-1% ลงในเรซิ่น 12. คนให้เข้ากัน

13. เทเรซิ่งลงในแม่แบบ(ประมาณ1/4ส่วนของเรซิ่น) 14. ทาให้ทั่วแม่แบบ เน้นส่วนที่เป็นซอกและมุม 15. เทเรซิ่นส่วรที่เหลือจนเต็มแม่แบบ

16. รอจนเรซิ่นแข็งตัว 17. แกะเรซิ่นออกจากแม่แบบ 18. ขัด ตกแต่ง ให้เรยียสวยงาม



19. จะได้เรซิ่นหล่อที่พร้อจะนำไปทำสีในขั้นตอนต่อไป

อุปกรณ์

1. แม่แบบยางซิลิโคน
2. เรซิ่น R600/MK456
3. ตัวช่วยเร่งฯCOBALT10%
4. ตัวเร่งฯBUTANOX M-60
5. สไตรีนโมโนเมอร์ง
6. แป้งแคลเซี่ยม
7. แก้วผสม
8. ไม้ตะเกียบ/ไม้ไอติม
9. หลอดหยด(บอก ml.)
10. อซิโทน(ใช้สำหรับทำความสะอาดมือและอุปกรณ์ต่างๆ)
11. ถุงมือยาง
12. ตาชั่ง